A huge collection of 3400+ free website templates JAR theme com WP themes and more at the biggest community-driven free web design site
Home / ข่าวนักธรรม / พรบ การศึกษาสงฆ์ พระเอกขี่ม้าขาวที่จะเข้ามาช่วยแก้วิกฤตการศึกษาทั้งสามแผนก

พรบ การศึกษาสงฆ์ พระเอกขี่ม้าขาวที่จะเข้ามาช่วยแก้วิกฤตการศึกษาทั้งสามแผนก

พรบ. การศึกษาสงฆ์ พระเอกขี่ม้าขาวที่จะเข้ามาช่วยแก้วิกฤติการศึกษาของพระเณรที่กำลังส่อแว่วจะล้มทั้งสามแผนก  ก่อนอื่นต้องขอชี้แจงสมาชิกการศึกษาทุกท่านก่อนว่า ในบทความวิเคราะห์เรื่อง พรบ.การศึกษาสงฆ์นี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสรุปความคิดเห็นจากกลุ่มพวกเราที่ได้ประสบพบเจอตั้งแต่ติดตาม พรบ.การศึกษาสงฆ์มา และเห็นว่า พรบ.การศึกษาสงฆ์มันควรจะผ่านสภาออกมาบังคับใช้ได้แล้วเสียที ฉะนั้น หากมีข้อความคิดเห็นใดที่กระทบใจต่อบางรูปบางท่าน ก็ขอให้ถือเสียว่า เป็นเพียงแนวความคิดของเพื่อนที่เห็นต่างไปคนหนึ่งนะครับ

จากที่เราทราบกันดีว่า จำนวนผู้บวชเรียนทั้งพระภิกษุสามเณรในปัจจุบันลดปริมาณลงอย่างน่าใจหาย ที่มีอยู่แต่ไม่เข้าระบบการศึกษาก็มากหลาย ซึ่งสวนทางกับจำนวนปริมาณประชากรไทยที่นับวันมีแต่มากขึ้นๆ

หลายสำนักเรียน หลายสำนักศาสนศึกษาทั้งบาลีและสามัญ ที่เคยเป็นสำนักใหญ่มาก่อนหลายสำนัก ปัจจุบันนี้ แทบจะเลือนหายไปจากสังเวียนการศึกษาสงฆ์ บางสำนักที่ยังอยู่ ก็มีเกินกว่าครึ่งที่เจียนอยู่เจียนไป ที่ยังพอดำเนินการจัดการศึกษาอยู่ได้อย่างสมบูรณ์พร้อม ทั้งในส่วนครู ทั้งในส่วนผู้เรียน และคุณภาพทางวิชาการก็เหลือน้อยถอยลงทุกที
คำถามก็คือ สถานการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ปัญหาอยู่ที่อะไร ควรจะแก้ไขให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นได้อย่างไร เราลองมาพิจารณาร่วมกันดูน่ะครับ

ปัญหาข้อที่ 1 คือ มีโรงเรียน มีครู แต่ไม่มีผู้เรียนหรือจำนวนพระเณรที่เรียนน้อยลงจากที่เคยมีมา

เรื่องจำนวนผู้เรียนลดลงนี้เจอกันทุกโรงเรียน เราท่านทั้งหลายเคยตั้งคำถามกันหรือไม่ว่า ทำไมสมัยนี้จึงไม่ค่อยมีคนอยากบวชเรียน หรือบวชเรียนกันน้อยลง ทั้งที่หลายสำนักชูจุดเด่นที่เรียนฟรี,ไม่มีค่าใช้จ่าย, ให้ทุนการศึกษาฟรี เรียกว่า แทบจะจ้างมาเรียนด้วยซ้ำ ยังไม่มีคนมาเรียนเลย เราอาจจะบอกว่า เพราะโรงเรียนของรัฐเขาขยายโอกาสทางการศึกษาไปถึงคนในท้องถิ่นแทบจะทุกตารางนิ้วบนพื้นแผ่นดินไทยแล้ว คนสมัยนี้ไม่ได้ขาดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาเหมือนคนสมัยก่อน เด็กหลายๆคนจึงไม่จำเป็นต้องห่างบ้านห่างพ่อห่างแม่มาบวชเรียนเหมือนสมัยก่อนอีก เพราะเรียนที่บ้านก็ได้เหมือนกัน ซ้ำยังได้ใช้วิถีชีวิตแบบวัยรุ่นอีกด้วย

ฉะนั้น การที่รัฐขยายโอกาสทางการศึกษาไปทั่วทุกพื้นที่นี้ นับว่าส่งผลต่อจำนวนผู้บวชเรียนโดยตรงอย่างมิอาจปฏิเสธได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เมื่อเราไม่สามารถต้านทานการพัฒนาเรื่องนี้ในส่วนของรัฐได้ เราต้องมาคิดกันต่อแล้วจะทำอย่างไรละเด็กจึงจะบวชเรียนเหมือนแต่ก่อน มีหลายโรงเรียนหลายสำนักนะครับที่คิดหาวิธีการต่างๆมาใช้

อาทิเช่น เรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งก็ถือว่ามาถูกทาง เพราะนักเรียนข้างนอกล้วนแล้วแต่มีค่าใช้จ่ายจิปาถะให้ผู้ปกครองได้ปวดหัวทุกๆภาคการศึกษา แต่วิธีนี้ก็ใช้ได้เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เห็นได้จากในปัจจุบัน ที่แม้นทุกสำนักจะบอกว่าเรียนฟรีก็ยังไม่มีคนบวชเรียนเหมือนเดิม

ทีมข่าวการศึกษาสงฆ์ไทย ขอนำเสนอความเห็นอย่างนี้นะครับว่า การที่ชาวบ้านจะให้ลูกเขาเรียนนั้นไม่ว่าจะเรียนโรงเรียนไหนก็ตามทั้งข้างนอกวัดข้างในวัด จุดประสงค์การให้ลูกเรียนของผู้ปกครองส่วนใหญ่ คือ ลูกเขาเรียนแล้วลูกเขาต้องอยู่ในสังคมได้ ลูกเขาต้องเป็นที่พึ่งของพวกเขาได้ของน้องได้ของครอบครัวได้ เขาจึงหวังให้ลูกเขาได้ความรู้อันเป็นใบเบิกทางในการประกอบสัมมาอาชีพในกาลข้างหน้า และความรู้ที่ลูกเขาจะได้จากการเรียนนั้นต้องเป็นองค์ความรู้ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของสังคมได้ เพราะเมื่อความรู้ตรงกับความต้องการของสังคม สิ่งที่ตามมาคือ หน้าที่การงาน
คนที่มีลูกในปัจจุบัน จึงไม่ใช่จะให้ลูกเขาเรียนอะไรก็ได้,เรียนที่ไหนก็ได้ เขายังต้องคำนึงถึงอนาคตของลูกเขาด้วย
ที่นี้ พวกเราฝ่ายจัดการการศึกษาต้องหันกลับมาดูแล้วว่า พวกเราสามารถให้องค์ความรู้ให้วุฒิแก่ลูกเขาได้เพียงพอกับที่เขาคาดหวังหรือยัง เพียงพอกับที่สังคมต้องการหรือไม่ ลูกศิษย์เราหากเขาออกจากอกเราไปเขาจะอยู่รอดในสังคมได้หรือไม่ และหากเขาไม่มาเรียนกับเราเขามีตัวเลือกที่ดีกว่าเราหรือไม่ ตรงนี้แหละครับสำคัญที่สุดคือ เรามีอะไรที่ดีพร้อมและน่าสนใจกว่าโรงเรียนข้างนอก แน่นอนเรียนฟรีดีกว่า แต่อย่าลืมน่ะครับว่า เด็กต้องแลกด้วยการห่างไกลจากบ้านจากเพื่อนจากวิถีชีวิตวัยรุ่นเหมือนกัน ฉะนั้น นอกจากเรียนฟรี อะไรละที่มีกว่านั้น ซึ่งสิ่งที่แอดมินอยากจะพูดเลือกเกินคือ คุณภาพทางวิชาการที่โรงเรียนปริยัติอย่างเราๆ ต้องดีกว่า (ไม่ขอพูดถึงด้านคุณธรรมนะครับ เข้าใจว่า เรามีวิธีกล่อมกลาได้มากกว่าอยู่แล้ว)ถ้าเราแกร่งทางวิชาการแล้ว นั้นย่อมหมายความว่า ลูกศิษย์เราย่อมมีโอกาสที่จะเป็นที่ต้องการของสังคมมากขึ้นไปด้วย แต่ถ้าไม่แกร่ง มาเรียนแล้วได้แต่วุฒิ ส่วนความรู้พอไปวัดไปวา สู้ใครเขาในสายงานไหนก็ไม่ได้ ถามว่า ใครอยากจะมาเรียน ฉะนั้น โรงเรียนของท่านเองมันต้องน่าดึงดูดด้วยคุณภาพวิชาการ ดึงดูดด้วยคุณภาพศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จ ดึงดูดด้วยการรับประกันคุณภาพว่ามาเรียนกับท่านแล้วเขาอยู่รอดในสังคมได้อย่างโดดเด่นแน่ การโดดเด่นนั้น ท่านอาจจะมองเห็นเฉพาะวิทย์ คณิต แต่ปริยัติเราส่วนใหญ่เป็นสายศิลป์กัน  ก็เอาศิลป์ภาษานี้แหละครับเป็นตัวชูโรง ลองดูมั้ยครับถ้าเข้าเรียนโรงเรียนท่านแล้วพูดภาษาอังกฤษได้ทั้งโรงเรียน พูดภาษาจีน เขียนภาษาจีนได้ทั้งโรงเรียน หรือภาษาใดก็แล้วแต่ที่สังคมโลกเขาต้องการ ถ้าทำได้นะครับ โรงเรียนท่านจะเด่นขึ้นมาทันที คนจะแห่ไปเรียนเอง ดูโรงเรียนของศาสนิกอื่นที่เขาทำอยู่เป็นตัวอย่างสิครับ..ถามว่า ทำไมคนแห่ไปเรียนทั้งที่วิทย์ คณิตก็พอพอกับท่าน นั้นก็เพราะภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศเขาทำได้ดีกว่าโรงเรียนอื่นๆนั้นเอง นี้แหละครับจุดขาย ซึ่งขายแล้วเป็นที่ต้องการของสังคมด้วย
ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เณรจำนวนมากหนีออกจากระบบการศึกษาของปริยัติเรา คือ การจัดหลักสูตรให้สามเณรเรียนมากเกินไป บางโรงเรียนนี้จัดยังกะผู้เรียนเป็นซุปเปอร์แมน เรียนเช้า บ่าย เย็น ถ้าเรียนเยอะแล้วมันดีเป็นที่ประจักษ์ ลูกศิษย์สอบได้เป็นหมอ เป็นแพทย์เป็นครูกันทุกคนมันก็คุ้มที่จะสู้เรียนอยู่หรอกครับ นี้ดูจะเอ่อเร่อกันเสียส่วนใหญ่ เพราะงานวิจัยทางการศึกษาเขายังออกมาแล้วว่า เรียนเยอะไม่ได้หมายความว่าจะเก่งหรือจะดี ขนาดโรงเรียนข้างนอกที่มีนักเรียนมาจากวัตถุดิบชั้นเลิศเรียนแปดชั่วโมงเขายังว่าเยอะกันแล้วหนักกันแล้ว นี้โรงเรียนปริยัติอย่างเราๆบางโรงให้เรียนมากกว่า ๑๐ ชั่วโมงทั้งนักธรรม บาลี และสามัญ  โรงเรียนไหนเป็นแบบนี้ จึงควรปรับใหม่ หากถามว่าทำไมต้องปรับ ดูจำนวนเณรของท่านสิครับ มันลดลงทุกปี ออกกลางคันเพราะเรียนไม่ไหวก็มาก ไอ้ที่อยู่แต่ไม่เรียนอยู่แบบเอ่อเร่อเพราะเรียนเยอะก็ไม่น้อย ไอ้ที่มาเรียนได้ก็ไม่โดดเด่นอะไร เพราะมันมากเกินกว่าที่สมองเด็กจะรับไหว ดังนั้น เมื่อมีการแยกแผนกกันแล้ว ก็จัดการศึกษาไปตามแผนกของตนเถอะครับ หรือถ้าจะบูรณาการก็ให้จัดอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เกินแปดชั่วโมงต่อวัน (นี้ก็เยอะแล้วน้า)

  1. แผนกบาลี      ก็เรียนเฉพาะบาลี
  2. แผนกธรรม     ก็เรียนเฉพาะธรรม
  3. แผนกสามัญ    ก็เรียนเฉพาะสามัญ

ที่ทุกแผนกต้องเหมือนกัน คือ ทุกคนรักและปกป้องสถาบันพระพุทธศาสนาเหมือนกัน โดยใช้วิธีจากสาขาวิชาการที่ตนเรียนนั้นแหละมาปกป้อง  ส่วนพระเณรรูปใดจะควบทั้งสามสายอันนี้ก็ไม่ว่ากัน โรงเรียนไหนที่ยังบังคับเด็กเรียนสิบชั่วโมงขึ้นไปอยู่ ท่านก็เปลี่ยนมาเลือกเอาสักสายเถอะครับ เพราะมันหนักสำหรับเด็กจริงๆ เรื่องเรียนหนักนี้ คงไม่ต้องถึงกับให้ฝ่ายบริหารมาพิสูจน์ด้วยการนั่งเรียนสิบชั่วโมงกับเด็กดูสักสามปีนะครับ

สรุปสำหรับวิธีแก้ปัญหาจำนวนผู้เรียนน้อยนี้ คือ

1.ทำคุณภาพวิชาการในแผนกที่ท่านรับผิดชอบให้เป็นเลิศและมากพอต่อความต้องการของสังคมโลก มากพอที่ลูกศิษย์ของท่านจะมีโอกาสทำมาหากินได้เท่าเทียมหรือเหนือกว่าคนอื่น
2.จัดการศึกษาให้พอดีกับวัยของเด็ก จะสอนบาลีก็เอาเฉพาะบาลีให้ดี จะสอนสามัญก็เอาสามัญให้ดี เพราะทั้งสองสายดีทั้งนั้น รักษาพระพระศาสนาได้ทั้งนั้น เจอเด็กอัศจรรย์และสมัครใจจึงค่อยจัดให้เรียนสองสาย
3.เน้นดูแลสามเณรที่ท่านมีอยู่ตอนนี้ ให้มีคุณภาพชีวิตของนักเรียนโรงเรียนประจำที่ดีที่สุดเหมือนเป็นลูกของท่านคนหนึ่ง บรรดาสามเณรที่ท่านมีนี้แหละจะช่วยโฆษณาได้ดีที่สุดว่า ควรไปเรียนโรงเรียนของท่านหรือไม่ ยิ่งท่านดูแลเขาดี วิชาการดี ฝึกคุณธรรมดี เณรเหล่านี้จะบอกปากต่อปาก แม้นจบไปแล้วก็จะนำรุ่นน้องมาส่งต่อให้ท่านเองกับมือ ชาวบ้านที่มองเห็นผลผลิตของท่านที่จบออกไป เขาจะเชื่อถือมากกว่าการที่ท่านพูดเอง หรือติดป้ายประกาศเสียอีก

ปัญหาข้อที่ 2 ครูที่เก่งๆมีไม่พอ

ข้อนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญไม่น้อยไปกว่าข้อแรก คือ ทุกโรงเรียนเจอเหตุการณ์สมองไหล อันได้แก่การที่คนเก่งเขาไม่อยู่กับเรา เขาไหลไปอยู่ที่มั่นคงกว่า เช่น ไปสอบบรรจุเป็นข้าราชการบ้าง ไปอยู่หน่วยงานอื่นหรือทำงานอย่างอื่นที่มีสิ่งตอบแทนที่ดีกว่าบ้าง เลยกลายเป็นว่า โรงเรียนปริยัติส่วนใหญ่ถูกดูดคนเก่งไปเสียหมด ที่เหลืออยู่พอเชี่ยวชาญหน่อยพอจะรู้งานก็โดนดึงไปอีก คำถามคือว่า ทำไมคนเก่งๆ ไม่อยู่กับเรา เขาไม่อยากอยู่หรือมีปัจจัยอะไรทำให้เขาอยู่ไม่ได้ เรื่องนี้ตอบแทนท่านที่ย้ายไปจากเราเลยนะครับ คนที่ไปหลายท่านไม่ใช่ไม่รักปริยัติ แต่เพราะยังต้องรับผิดชอบครอบครัว คนรอบข้าง พ่อแม่ของเขาเองไปพร้อมๆกับที่มาสอนปริยัติด้วย อีกทั้งโรงเรียนปริยัติเองก็ให้อะไรตอบแทนท่านเหล่านั้นได้แค่ประมาณหนึ่งเท่านั้น บางทีบางครั้งก็ออกจะก็ไม่พอต่อการดำรงชีพ เรียกว่าเป็นงานช่วยกันด้วยความเป็นพี่เป็นน้องเสียมากกว่า แต่สถานะที่เป็นอยู่ของครูปริยัติเอง นอกจากจะเป็นพี่เป็นน้องกับพวกเราแล้ว เขาเหล่านั้น ยังมีอีกสถานะเป็นพ่อเป็นแม่เป็นลูกของครอบครัวของเขาเอง ที่เขาเองต้องดูแลด้วย ดังนั้น เมื่อมีโอกาสที่มั่นคงกว่า ดีกว่าต่อตนเองและคนรอบข้างเข้ามา เขาเหล่านั้นจึงต้องออกไปทั้งที่ใจก็รักปริยัติเราอยู่  สิ่งหนึ่งที่โรงเรียนปริยัติของเราหลายๆโรงให้เขาไม่ได้ คือ ความมั่นคงทางอาชีพการงาน บางโรงก็ไม่มีสวัสดิการ เจ็บป่วยรักษาเอง บ้านก็เช่าเอง เงินเดือนแต่ละโรงก็ไม่เท่ากัน แล้วแต่นโยบายของโรงเรียนนั้นๆ ฉะนั้น จะให้เขาอยู่กับเราไปตลอดทั้งที่ไม่มีความมั่นคงในชีวิตให้เราเลย มันจึงเป็นไปไม่ได้ เพราะเขาก็มีความจำเป็นแบบชีวิตฆราวาสของเขา ปัญหาข้อที่ 2 จะแก้ได้ก็ด้วย พรบ.การศึกษาสงฆ์ที่กำลังรอคอยกันอยู่นี้เอง

ปัญหาข้อที่ 3 แนวการบริหารที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ปัญหาข้อนี้ก็สะท้อนถึงปัญหาของฝ่ายบริหาร ที่หลายๆโรงเรียนก็ไม่ได้สนใจส่วนรวม หรือไม่ได้ดูแนวทางการศึกษาของสังคมของประเทศในปัจจุบัน ตัวคิดว่าดีก็ยึดแต่ความคิดของตัวเอง อยากจัดแบบไหนก็จัด แม้นใครจะค้านด้วยเหตุผลก็ไม่ฟัง จนสุดท้ายก็ทำให้โรงเรียนที่ตนบริหารอยู่กลายเป็นเต่าตาบอดที่ไปไม่รอดในแวดวงการศึกษา
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องงบประมาณ ที่แต่ละโรงเรียนยึดโยงกับค่าหัวนักเรียนเป็นหลัก เงินบริหารสำหรับโรงเรียนเล็กที่ไม่ถึงร้อยนี้ ทอดกฐินทอดผ้าป่าเสียจะทุกเดือนกว่าจะพอค่าใช้จ่ายภายในโรงเรียน และยังไม่รวมปัญหาการใช้จ่ายงบประมาณที่ถูกระเบียบบ้างไม่ถูกบ้าง จนเป็นข่าวลงหนังสือพิมพ์ทั่วไปอยู่เป็นระยะ

ความจำเป็นเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้เอง ทำให้เราต้องมี พรบ.การศึกษาสงฆ์ขึ้นมา มาเป็นแนวทางให้การจัดการศึกษาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีกฎมีกติกา ไม่ใช่อยากเปิดโรงเรียนก็เปิดไปเรื่อย, อยากสอนก็สอนไปเรื่อย, อยากให้ใครมาเป็นครูสอนทั้งที่สอนไม่เป็นเลยก็ยัดเข้ามาเรื่อย โดยไม่มีเกณฑ์คุณภาพใดใด
และการมี พรบ. ก็จะเป็นตัวช่วยในการดึงคนเก่งๆที่เขาอยากจะช่วยเรา ให้อยู่กับเราได้อย่างมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่ให้แต่เขาสละนูนสละนี้มาช่วยเราอย่างเดียว เราเองก็ควรอนุเคราะห์ความมั่นคงในชีวิตให้เขาบ้าง เมื่อมีความมั่นคง ครูขาก็มีเวลามาทุ่มให้โรงเรียนปริยัติเราเต็มที่
และข้อสำคัญส่วนสุดท้าย คือ การใช้จ่ายงบประมาณ ทั้งค่าตอบแทนครู สวัสดิการ งบบริหารจัดการ มันจะมีระบบระเบียบ มีการตรวจสอบได้มากขึ้น ไม่รั่วไหล จะใช้จ่ายอะไรก็เป็นไปในแบบราชการ ไม่ใช่จะจ่ายครูเดือน 5,000 เมื่อสิบปีที่แล้ว ปัจจุบันก็ยัง 5,000 อยู่ตามฉัน อันนี้ก็ไม่ได้

ขอบคุณเครดิตภาพ

ภาพที่ 1 เณรยืน จาก
https://www.facebook.com/truelittlemonkthailand/photos/a.1723177301079543.1073742188.309724355758185/1723178391079434/?type=3&theater
ภาพที่ 2 เณรถือใบลาน จาก
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1772774816375911&set=a.1419156335071096.1073741833.100009302301202&type=3&theater
ภาพที่ 3 เณรเรียน จาก https://www.facebook.com/DhammamongkolSchool/photos/ms.c.eJxNVNdtQDEI3Ciil~;0Xix7ER34R5hqYIzqryjpdhOmHv0JTZRhXpG2hOuIrZPvrMFcq11I84XlSN4Onw~;KvwJxTYL4ZHyxZA6W~_Dgt6BZqCC4amzhPh1yH8FTj1Fdw~_HkX5CqpTkMITmqFUjxjVUHe9wjAV8OgeYtKvIz7HuPUR4~_2Q66jtgKdC8qG4N7TIoHgAxQZF7Qwa1zneUBtxwXmFgS08SV6D9OSPQXGODY9S8OhVq2fyRtkXQ8~_M8jN5mN5~_9MZAD7Z6V4roCuO62vHYGE7~_wGaCR~_8WhkGtjKcuGKqL8sR9smaT~_TpGbSDsRXGgsPagiDxYzbHQYXLVPsF~_qOwThK08xAKu1xpkBmK7lpln4ThmUMtzL4ZsKWaGQj4xDbG6oXOEbiCWy~;Su0leLArY2KEbH5qKXi~;tmCy25y29Qm76rjQ2ifXJLl3Pq5jh1GrXUcF325vSo0wwVhC2bi76wO3L~;oPuUFiWA4jM06eTXyscByR6QwmTfpWPsOu~;vwPguqHb5~;80Yx~_gxFdrbPz926eKWjvfEDkV1qDcuSndhGmHXJkf5C9k~;KYc~-.bps.a.1669788809752214.1073741969.129028200494957/1669791173085311/?type=3&theater
ภาพที่ 4 ครูสอนพระเณร จาก https://www.facebook.com/DhammamongkolSchool/photos/ms.c.eJxNVNdtQDEI3Ciil~;0Xix7ER34R5hqYIzqryjpdhOmHv0JTZRhXpG2hOuIrZPvrMFcq11I84XlSN4Onw~;KvwJxTYL4ZHyxZA6W~_Dgt6BZqCC4amzhPh1yH8FTj1Fdw~_HkX5CqpTkMITmqFUjxjVUHe9wjAV8OgeYtKvIz7HuPUR4~_2Q66jtgKdC8qG4N7TIoHgAxQZF7Qwa1zneUBtxwXmFgS08SV6D9OSPQXGODY9S8OhVq2fyRtkXQ8~_M8jN5mN5~_9MZAD7Z6V4roCuO62vHYGE7~_wGaCR~_8WhkGtjKcuGKqL8sR9smaT~_TpGbSDsRXGgsPagiDxYzbHQYXLVPsF~_qOwThK08xAKu1xpkBmK7lpln4ThmUMtzL4ZsKWaGQj4xDbG6oXOEbiCWy~;Su0leLArY2KEbH5qKXi~;tmCy25y29Qm76rjQ2ifXJLl3Pq5jh1GrXUcF325vSo0wwVhC2bi76wO3L~;oPuUFiWA4jM06eTXyscByR6QwmTfpWPsOu~;vwPguqHb5~;80Yx~_gxFdrbPz926eKWjvfEDkV1qDcuSndhGmHXJkf5C9k~;KYc~-.bps.a.1669788809752214.1073741969.129028200494957/1669789546418807/?type=3&theater
ภาพสามเณรสามรูป
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=2014698298850227&set=pb.100009302301202.-2207520000.1524242347.&type=3&theater

About admin

Check Also

ggACD_0776

ผลสอบนักธรรมตรี ปีการศึกษา 2561 คณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย

รายชื่อจังหวัด …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *