A huge collection of 3400+ free website templates JAR theme com WP themes and more at the biggest community-driven free web design site
Home / ข่าวปริยัติธรรมแผนกสามัญ / B-Net อีกหนึ่งบททดสอบที่กำลังสะท้อนคุณภาพการจัดการศึกษาคณะสงฆ์ไทยสายสามัญ
bnet1

B-Net อีกหนึ่งบททดสอบที่กำลังสะท้อนคุณภาพการจัดการศึกษาคณะสงฆ์ไทยสายสามัญ

B-Netอีกหนึ่งบททดสอบที่กำลังสะท้อนคุณภาพการจัดการศึกษาคณะสงฆ์ไทยสายสามัญ

suนับจากวันนี้ไป ก็เหลือเวลาอีก 9 วัน การทดสอบวัดคุณภาพการศึกษาระดับชาติของพระภิกษุสามเณรสายสามัญจะเปิดฉากขึ้น โดยถือเป็นบททดสอบสำคัญที่จะวัดว่า การเรียนการสอนพระพุทธศาสนาของโรงเรียนสายสามัญทั่วประเทศนั้น ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของ สทศ. หรือไม่
โดยหากพิจารณาผลคะแนนเฉลี่ยรวมของโรงเรียนสายสามัญทั้งประเทศ ในรอบสามปีที่ผ่านมา ก็จะพบว่า ผลคะแนนเฉลี่ยรวมนั้น ยังไม่เป็นที่น่าพึงพอใจเท่าที่ควร ถึงแม้จะมีโรงเรียนสายสามัญหลายโรงที่สามารถทำคะแนน B Net สูงกว่า 50% แต่นั้นก็ยังไม่เพียงพอจะดึงคะแนนรวมของทั้งประเทศขึ้นไปได้
วันนี้ แอดมินขอนำทุกท่านไปรู้จักกับ B-Net กันให้ครบทุกแง่มุม แล้วมาร่วมกันหาวิธีเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา B-Net ด้วยกันทุกท่านนะครับ โดยประเด็นที่จะนำมาวิเคราะห์และวิพากษ์นั้น มี 3 ประเด็นด้วยกันคือ

  1. B-Net คืออะไร
  2. B-Net มีขึ้นมาได้อย่างไร
  3. ทำไมคะแนน B-Net ถึงไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเกือบทั้งประเทศและจะทำอย่างไร คะแนน B-Net จึงจะสูงขึ้น
15037350_1225004627563970_2374809233606716820_n

ประเด็นที่ 1 B-Net คืออะไร

B-Net ย่อมาจากคำว่า Buddhism National Educational Test หมายถึง การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านพระพุทธศาสนา โดยมีวัตถุประสงค์

  1. เพื่อทดสอบความรู้และความคิดของนักเรียนชั้น ม. 3 และนักเรียนชั้น ม.6
  2. เพื่อวัดคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญทั่วประเทศ

ประเด็นที่ 2 B-Net มีขึ้นมาได้อย่างไร

แต่เดิมทีนั้น โรงเรียนสายสามัญ เราจะมีสอบเฉพาะ “ O-Net ไม่ก็ A-Net หรือ GAT, PAT ” เหมือนกับโรงเรียนทางโลกทั่วไปทุกประการ แต่ในปีการศึกษา 2556 โรงเรียนสายสามัญของเราก็ได้มีการเพิ่มการสอบ B-Net เข้ามา เพื่อทดสอบความรู้ด้านพระพุทธศาสนาของพระเณรซึ่งกำลังเรียนสายสามัญ และเพื่อวัดคุณภาพการจัดการศึกษาพระพุทธศาสนาของแต่ละโรงเรียนไปในตัว

ประเด็นที่ 3 ทำไมคะแนน B-Net จึงไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเกือบทั้งประเทศ

ประเด็นที่ 3 เป็นประเด็นที่น่าสนใจของทีมแอดมินมากที่สุด และเป็นประเด็นที่แอดมินเองอยากให้ทุกท่านที่กำลังอ่านบทความนี้ ช่วยกันหาสาเหตุว่า “ทำไมการสอบวิชาพระพุทธศาสนาแท้ๆ เราจึงได้คะแนนรวมไม่ถึงครึ่ง คือ 50% เราพลาดไปที่ตรงไหน เพราะวิชาอื่นตกไม่น่าตกใจเท่ากับวิชาที่เป็นอัตลักษณ์ของตัวเราเองตก เราตกวิทย์ ตกคณิต ตกสังคม นี้พอเข้าใจและทำใจได้ แต่ตกวิชาพุทธศาสนานี้สิมันยากจะทำใจ”

1625475_513622592085535_932482337_n
แต่เดิมทีนั้น สายสามัญเรายังไม่มีการสอบ B-Net เรามีเฉพาะการสอบ O-Net ซึ่งผลการสอบ ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า โรงเรียนสายสามัญของพระเณรนั้นมีคะแนนเฉลี่ยรวมรั้งท้ายเมื่อเทียบกับโรงเรียนในสังกัดอื่นทั้ง สพฐ.และอปท. ในตอนนั้นเอง เรายังพอมีเหตุอ้างได้ว่า O-Net ไม่ใช่กลุ่มสาขาวิชาที่เราถนัดและไม่ใช่เอกลักษณ์ของเรา เอกลักษณ์ของเราคือ วิชาพระพุทธศาสนา ลองจัดสอบวิชาพระพุทธศาสนาสิเราผ่านแน่นอน ซึ่งก่อนที่จะมีการจัดสอบ B-Net นั้น พวกเราหลายท่านก็คงจะกระหยิ่มใจว่า เราน่าจะทำได้ดีในวิชาพระพุทธศาสนานี้ เพราะเป็นวิชาที่เราทั้งหลายถนัดและคุ้นเคยกว่ากลุ่มสาขาวิชาอื่น

แต่หลังจากที่ สทศ. ได้จัดให้มีการสอบ B-Net ในปี 2556  เป็นต้นมา เหตุการณ์กลับไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด คะแนน B-Net ของเรากลับร่วงไปตามคะแนน O-Net อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่วิชาพระพุทธศาสนาเป็นวิชาที่เราถนัดมากกว่าวิชาอื่น ซึ่งหากผลคะแนนของเราต่ำเฉพาะปีแรก ก็อาจจะพอกล่าวได้ว่า นั้นเป็นเพราะระบบการสอบด้วยการฝนรหัส พระเณรเรายังไม่คุ้นเคยคะแนนจึงไม่สูงนัก แต่นี้ก็ผ่านมาสามปีแล้ว คะแนนเฉลี่ยรวมของเราก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ 50% เช่นเดิม จึงเป็นที่น่าสนใจว่ามันเป็นเช่นนี้เพราะเราอะไร

ซึ่งหลังจากที่ตั้งประเด็นตรงนี้แล้ว ทีมปริยัติสามัญของเพจการศึกษาคณะสงฆ์ไทย ได้มีโอกาสสอบถามจากคณาจารย์ที่เป็นประธานกลุ่มหลายท่าน และคณาจารย์ที่เคยไปร่วมออกข้อสอบของ สทศ. รวมทั้งถอดความจากคำพูดของ ผู้อำนวยการ สทศ. ซึ่งเคยเดินทางไปถวายความรู้พระภิกษุสามเณรเกี่ยวกับการสอบ B-Net ตามกลุ่มโรงเรียนสายสามัญต่างๆ ก็พอสรุปสาเหตุการไม่กระเตื้องของคะแนน B-Net ได้ดังนี้

1.รูปแบบข้อสอบของ B-Net ไม่ใช่รูปแบบที่พระเณรเราคุ้นเคย

b1
รูปแบบข้อสอบของ B-Net ไม่ใช่รูปแบบที่พระเณรเราคุ้นเคย เพราะพระเณรเราถนัดข้อสอบวัดความจำ แต่ข้อสอบ B-Net เป็นข้อสอบวัดความเข้าใจ ถามให้วิเคราะห์ ฉะนั้น เมื่อเราเจอคำถามที่วัดอย่างอื่นนอกจากความจำ เราจึงไปไม่เป็น ถ้าเป็นภาษาหนังจีนก็เรียกว่า “ไม่เคยเจอกระบวนท่านี้มาก่อนเลยรับมือไม่ทัน” คุณครูบาลีและพระพุทธศาสนาประจำโรงเรียนสายสามัญทุกท่าน จึงต้องฝึกให้นักเรียนได้ทำข้อสอบแบบ สทศ. บ่อยๆ เพื่อให้นักเรียนเกิดความคุ้นเคยกับข้อสอบลักษณะนี้ เมื่อนักเรียนคุ้นเคยแล้วก็จะเป็นการง่ายสำหรับการสอบจริงในสนามทดสอบระดับชาติ แต่ปัญหาที่ตามมาอีกนั้นก็คือว่า ครูส่วนหนึ่งเองไม่เคยเห็นข้อสอบของ สทศ. เห็นแต่เขาว่า เป็นแบบวัดความเข้าใจ วัดการนำไปใช้ วัดการวิเคราะห์ อีกทั้งครูเองก็ไม่เคยไปร่วมออกข้อสอบ แล้วจะออกข้อสอบให้นักเรียนทำได้อย่างไร ปัญหาข้อนี้ อาจจะไม่ได้แก้ยากนักสำหรับท่านที่จบสายครูมาโดยตรงเพราะเคยออกข้อสอบลักษณะนี้มาแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่า มีคุณครูอีกส่วนหนึ่งที่จบจากสายมาบาลีแล้วโยกสายมาสอนสามัญ ทางทีมปริยัติสามัญจึงขอถวายความรู้เกี่ยวกับลักษณะข้อสอบของ B-Net เท่าที่ทางแอดมินพอจับเค้าโครงได้ ดังนี้ว่า
1. คำถาม ถามเรื่องนอกตำราเรียน แต่ช้อยเลือกตอบ มีในตำราเรียน
.. คำถาม ถามเรื่องในตำราเรียน แต่ช้อยเลือกตอบโยงไปหาเรื่องนอกตำราเรียน คำถามลักษณะนี้ท่านเรียกว่า การถามแบบบูรณาการ เป็นการทดสอบว่านักเรียนสามารถเอาเรื่องในตำรามาประยุกต์ใช้กับเรื่องนอกตำราได้หรือไม่ ยกตัวอย่างคำถามเช่น

test
จะเห็นว่าข้อสอบข้อนี้ ถามเรื่องนอกตำรา โยงเข้ามาหาเรื่องในตำรา
2. คำถามที่ถามถึงความสัมพันธ์กันของช้อยเลือกตอบ เช่น test2
จะเห็นว่า ข้อสอบข้อนี้ ถามถึงความสัมพันธ์กันของช้อยแต่ละข้อ ระหว่างบุคคล กับของที่สร้าง ว่าช้อยข้อใดมีความสัมพันธ์กันถูกต้องที่สุด ข้อสอบลักษณะนี้นักเรียนต้องสังเกตจากช้อยว่าเขาถามถึงความสัมพันธ์กันในด้านใดจึงจะตอบได้
3. คำถาม ถามถึงความน่าจะเป็นถึงเหตุการณ์สมมุติที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ เช่น test3
จะเห็นว่า ข้อสอบลักษณะนี้ กำลังถามให้นักเรียนวิเคราะห์ความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นได้มากที่สุด
ฉะนั้น อย่างแรกเลยในการเพิ่มผลสัมฤทธิ์คะแนน B-Net คือครูต้องฝึกนักเรียนให้คุ้นเคยกับคำถามที่เน้นถามความเข้าใจ ถามมุ่งการนำไปใช้และการคิดวิเคราะห์ โดยต้องออกข้อสอบที่ไม่เอาแต่ข้อความในหนังสือมาถาม แต่ให้เอาเรื่องนอกตำรามาถามเชื่อมโยงกับสิ่งที่มีอยู่ในหนังสือ
อุปกรณ์เข้าห้องสอบ

ปัญหาที่ทำให้คะแนน B-Net ไม่กระเตื้องขึ้น ข้อที่ 2 คือ ครูไม่สอนตามตัวชี้วัด

ปัญหานี้ ก็ไม่เป็นทุกคนนะครับ กล่าวถึงคุณครูส่วนหนึ่งที่ไม่สอนตามตัวชี้วัด สอนไปเรื่อยๆโดยไม่วางแผนว่า บทนี้กำลังวัดอะไรนักเรียน ต้องการให้นักเรียนเกิดผลอะไร ตรงตามตัวชี้วัดไหน อันนี้นับว่าเป็นปัญหาใหญ่มากๆที่แอดมินพบเจอหลังจากไปนิเทศครูตามโรงเรียนต่างๆ เพราะครูนั้นไม่ค่อยใส่ใจตัวชี้วัดที่จะต้องเกิดแก่นักเรียนในแต่ละบทนัก ทำให้การสอนแต่ละครั้ง บางทีใช้เวลานานแต่นักเรียนไม่เกิดองค์ความรู้ที่ตัวชี้วัดอยากให้เกิด ฉะนั้นคุณครูต้องปรับนะขอรับ

ปัญหาข้อที่สาม คือปัญหาด้านการอ่าน

อันนี้ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่อีกปัญหาหนึ่งทั้งของพระเณรและเด็กเรียนฆราวาสญาติโยม สังเกตจากผลการสอบข้อสอบการอ่าน ของ PISA ที่ประเทศไทยเราได้อันดับรั้งท้ายของอาเซียน และได้อับดับที่ 57 ของโลก จาก 77 ปะเทศทั่วโลกที่เข้าร่วม ปัญหาด้านการอ่านนั้น ไม่ได้อยู่ที่พระเณรเราอ่านไม่ออก(ถึงแม้จะมีบ้างก็เถอะ) ปัญหา คือพระเณรเราอ่านออก แต่เราตีความไม่ได้ จับใจความไม่ได้ ไปจนถึงรับเอาความหมายที่ผู้เขียนผู้ออกข้อสอบจะสื่อนั้นไม่ได้ เรียกง่ายๆว่า อ่านแล้ว เข้าใจไม่ตรงกับผู้ที่เขียนนั้นเอง อันนี้เป็นทั้งพระทั้งโยม ก็ต้องฝากคุณครูและตัวนักเรียนเองฝึกอ่านและคิดวิเคราะห์เยอะๆ เพราะการอ่านถือเป็นด่านแรกของทุกวิชาทุกการทำข้อสอบ ถ้าอ่านไม่ออก ตีความไม่ถูกแล้วจะทำข้อสอบให้ถูกได้อย่างไร

สำหรับ การวิเคราะห์ปัญหาคะแนน B-Net ตกต่ำครั้งนี้ ทีมปริยัติสามัญก็ขอขอบคุณพระอาจารย์ที่ทุกท่านที่ทางเราได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม จากโรงเรียนสามัญกลุ่ม 5, 12, ที่ท่านได้เสนอแนะความคิดเห็นหลากหลายมุม จนเกิดบทความนี้ขึ้น ต่อไปแอดมินก็อยากจะให้ผู้อ่านทุกท่านได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะวิธีแก้ไขเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์การสอบ B-Net ร่วมกันกับทางทีมปริยัติสามัญ ทั้งนี้ เพื่อช่วยกันยกระดับการศึกษาของพระเณรเราต่อไป……………………………………….เชิญคอมเม้นมาเลยจ้า..ได้ทั้งในเว็บและในเพจนะจ๊ะ

เครดิตภาพ
ขอขอบคุณภาพที่ 1 จาก fanpage facebook โรงเรียนวัดธรรมมงคล กรุงเทพมหานคร
ขอขอบคุณภาพที่ 2 จาก เว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ มติชน
ขอขอบคุณภาพที่ 3 จาก facebook โรงเรียนวัดธรรมมงคล กรุงเทพมหานคร
ขอขอบคุณภาพที่ 4 จาก facebook วัดกฤษณเวฬุพุทธาราม วัดไผ่ดำ
ขอขอบคุณภาพที่ 5 จาก facebook โรงเรียนวัดธรรมมงคล กรุงเทพมหานคร
ขอขอบคุณภาพที่ 6 จาก facebook พระอาจารย์สิงหา ภูง่าว
เครดิตเนื้อหาประกอบ
ขอขอบคุณบทความ “บี-เน็ต”ยกมาตรฐานร.ร.พระ เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ขอขอบคุณบทความ เกี่ยวกับประวัติ B-Net และผลคะแนนรวมเฉลี่ยทั้ง 3 ปี เว็บไซต์ สทศ

About admin

Check Also

ONB_3150

พรบ.การศึกษาสงฆ์ อีกหนึ่งร่างกฏหมายที่พระภิกษุสามเณรไทยต้องรู้ ตอนที่ 1

  ขึ้นชื่อ …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *